วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2559
ลักษณะทางภูมิศาสตร์
ลักษณะทางภูมิศาสตร์
สภาพภูมิประเทศ
ภาคตะวันออก มีพื้นที่เป็นที่ราบดินปนทรายและกรวดปนทราย มีแม่น้ำสายสั้นๆ ไหลผ่านภาคกลาง บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของภูเขาสูงที่สุดในประเทศ คือ ภูเขาบูกิต ติมาห์
ภาคตะวันตกเฉียงใต้ พื้นที่แถบนี้ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลงไป ในทะเล
สภาพภูมิอากาศ
1) ฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (North-east Monsoon Season) ระหว่างเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์เป็นช่วงอากาศหนาว2) ฤดูก่อนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (Pre South-west Monsoon) ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคมเป็นช่วงอากาศร้อน
3) ฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (South-west Monsoon Season) ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายนมีฝนตกหนักและลมแรง
4) ฤดูก่อนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (Pre North-east Monsoon) ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม เป็นช่วงที่มีอากาศอบอุ่น และไม่มีฝน มากนัก
ประวัติศาสตร์
ประวัติศาสตร์ของประเทศสิงคโปร์
ตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 มีชาวจีนค้นพบประเทศสิงคโปร์ และเรียกสิงคโปร์ว่า “พูเลา ชุง” (เกาะปลายคาบสมุทร)จนมาถึงในศตวรรษที่ 14 สิงคโปร์ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่ง
ของอาณาจักรศรีวิชัย หลังจากชนะสงคราม
แย่งชิงแหลมมลายูตอนล่างจากสยาม และรู้จักกันในชื่อของเทมาเส็ก (Temasek: เมืองแห่งทะเล) และในช่วงศตวรรษที่ 14 นี้เอง เจ้าชาย
แห่งศรีวิชัยออกล่าสัตว์บนเกาะ และมองเห็นสัตว์ตัวหนึ่งแต่เข้าใจผิด
คิดว่าเป็นสิงห์โต จึงตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า “สิงหปุระ” หรือ “เมืองสิงห์โต”
และอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ถึง 5 พระองค์
หลังจากการสำรวจเกาะแถบนั้นแล้ว
เซอร์โทมัส สแตมฟอร์ด แรฟเฟิลส์(Sir Thomas Stamford Bingley
Raffles) ได้เข้าตั้งฐานในสิงคโปร์ในปีพ.ศ. 2362 ได้ขอเช่า
เกาะสิงคโปร์จากสุลต่านยะโฮร์ตั้งแต่ในปีพ.ศ. 2369 สิงคโปร์ถูกปกครองโดยระบบหน่วยบริหาร ปกครองหน่วยเดียว(StraitsSettlement)ซึ่งควบคุมดูแลสิงคโปร์ปีนัง และมะละกา โดยบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ ในระหว่างปีพ.ศ. 2416-2456 ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนผู้อพยพเข้ามา ครั้งแรกในปีพ.ศ. 2362 ที่มีเพียง 150 คน เพิ่มขึ้นถึง 80,792 คน ในปีพ.ศ. 2403 โดยผู้อพยพส่วนใหญ่เป็นชาวจีน อินเดีย และมาเลย์ ต่อมาในปีพ.ศ. 2400 รัฐบาลอังกฤษได้เข้ามาดูแลระบบหน่วยบริหาร ปกครองหน่วยเดียว (Straits Settlement) นี้เอง ในปีพ.ศ. 2410 สิงคโปร์กลายเป็นอาณานิคม (Crown Colony) อย่างสมบูรณ์
ในปีพ.ศ. 2500 สิงคโปร์ก็ขอเข้าร่วมเป็นสหภาพมาลายาด้วย แต่ด้วยความรู้สึกว่า มีการเหยียดชนชาติกัน สิงคโปร์ก็ประกาศแยกตัวเป็นสาธารณรัฐอิสระ ในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2508 ซึ่งนับเป็นวันชาติของสิงคโปร์
ลักษณะประชากร
ลักษณะประชากร
ประเทศสิงคโปร์มีจำ นวนประชากร5,567,301คน อัตราการเติบโต ของประชากรร้อยละ 1.68สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติประกอบด้วย ชาวจีนร้อยละ 76 ชาวมาเลย์ร้อยละ 13.7 ชาวอินเดียร้อยละ 8.4 และ อื่นๆ ร้อยละ 1.9
ส่วนในด้านศาสนานั้น ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่ไม่มีศาสนา ประจำชาติเพราะให้เสรีภาพประชาชนเลือกนับถือศาสนาได้เอง ปัจจุบัน ได้แก่ พุทธร้อยละ 42.5 อิสลามร้อยละ 14.9 คริสต์ร้อยละ 14.6 เต๋าร้อยละ 8.5 ฮินดูร้อยละ 4 อื่นๆ ร้อยละ 0.7 และไม่นับถือศาสนา ร้อยละ 14.5
ข้อมูลเศรษฐกิจ
ข้อมูลเศรษฐกิจ
สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก จึงไม่มีพื้นที่เพียงพอสำ หรับ การทำ เกษตรกรรม ดังนั้นสิงคโปร์จึงเน้นไปทางด้านการค้าและ อุตสาหกรรมโดยมีท่าเรือน้ำ ลึกและเป็นท่าเรือปลอดภาษีจึงเหมาะ แก่การจอดเรือรับ-ส่งสินค้าจากประเทศต่างๆ เพื่อส่งไปขายต่อ ยังประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้สิงคโปร์ยังมีกิจการกลั่นน้ำมัน ซึ่งใหญ่ เป็นอันดับ 2ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกาและเป็นผู้สร้างแท่นขุดเจาะ น้ำ มันรายใหญ่ ด้วยเหตุนี้จึงทำ ให้สิงคโปร์มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดี และมั่นคง
สินค้าส่งออก : น้ำมันสำ เร็จรูป แผงวงจรไฟฟ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน
สินค้านำเข้า : เครื่องคอมพิวเตอร์สินค้าเกษตรและอาหาร น้ำมัน สำ เร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้า เหล็กกล้า ส่วนประกอบรถยนต์และอุปกรณ์
ข้อมูลการเมืองการปกครอง
ประเทศสิงคโปร์ มีการแบ่งเขต
การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น 5 ภาค
ด้วยกันดังนี้
1) ภาคกลาง (Central Region) มีพื้นที่ 130.5 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย Central Area ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและ การเงินของสิงคโปร์โดยภายใน Central Area ยังแบ่งออกเป็น 11 เขตย่อย ซึ่งเขตที่สำคัญ ได้แก่ Downtown Core เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจสำคัญ Singapore River เป็นที่อยู่สำ นักงาน Opportunity
2) ภาคตะวันตก (West Region) มีประชากรมากกว่า 7.4 แสนคน มีพื้นที่ 201 ตารางกิโลเมตร ใหญ่ที่สุดใน 5 ภาค แบ่งเป็น 12 เขต โดยเขตสำคัญ ได้แก่ Western Water Catchment ซึ่งเป็นพื้นที่ กักเก็บน้ำขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1 ใน 3 ของภาค
3) ภาคเหนือ (North Region) มีประชากรกว่า 4 แสนคน อาศัย ในพื้นที่ 97 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็น 8 เขต รวม Central Water Catchment (หรือ Central Catchment Nature Reserve: CCNR) ซึ่งเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ สำ หรับการอุปโภคบริโภคในตอนกลางของ เกาะสิงคโปร์
1) ภาคกลาง (Central Region) มีพื้นที่ 130.5 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย Central Area ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและ การเงินของสิงคโปร์โดยภายใน Central Area ยังแบ่งออกเป็น 11 เขตย่อย ซึ่งเขตที่สำคัญ ได้แก่ Downtown Core เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจสำคัญ Singapore River เป็นที่อยู่สำ นักงาน Opportunity
2) ภาคตะวันตก (West Region) มีประชากรมากกว่า 7.4 แสนคน มีพื้นที่ 201 ตารางกิโลเมตร ใหญ่ที่สุดใน 5 ภาค แบ่งเป็น 12 เขต โดยเขตสำคัญ ได้แก่ Western Water Catchment ซึ่งเป็นพื้นที่ กักเก็บน้ำขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1 ใน 3 ของภาค
3) ภาคเหนือ (North Region) มีประชากรกว่า 4 แสนคน อาศัย ในพื้นที่ 97 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็น 8 เขต รวม Central Water Catchment (หรือ Central Catchment Nature Reserve: CCNR) ซึ่งเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ สำ หรับการอุปโภคบริโภคในตอนกลางของ เกาะสิงคโปร์
4) ภาคตะวันออก (East Region) แบ่งเป็น 6เขตโดยเขต Changi
เป็นที่อยู่ของสนามบินนานาชาติแห่งสิงคโปร์(Changi International
Airport)
ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม
ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม
ประชากรสิงคโปร์มีความหลากหลายทางเชื้อชาติอีกทั้งส่วนใหญ่ ยังยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติดั้งเดิม ทำ ให้สิงคโปร์มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งด้านอาหาร การแต่งกาย ตลอดจนการเซ่นไหว้วิญญาณบรรพบุรุษ และความเชื่อในเรื่องเทพเจ้าที่แตกต่างกันไป ชาวจีนส่วนใหญ่บูชา เจ้าแม่กวนอิม ธิดาแห่งความสุข กวนอูเทพเจ้าแห่งความยุติธรรม รวมถึงเทพเจ้าจีนองค์อื่นๆขณะที่ชาวฮินดูบูชาเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์
โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค
ระบบคมนาคม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทำ ให้สิงคโปร์กลายเป็น
ประเทศที่มีระบบคมนาคมขนส่งดีที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย และ
มีผลสำ คัญต่อความสำ เร็จของการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา
สำ หรับโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบคมนาคมขนส่งที่สำคัญของสิงคโปร์
การคมนาคมทางบก ประกอบด้วยการการคมนาคมโดยทางถนนและการคมนาคม โดยทางรถไฟ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ การคมนาคมโดยทางถนน ซึ่งการเดินทางนี้เรียกว่าการเดินทาง ทางบกที่มีถนนหลวงเป็นเส้นทางคมนาคมหลักของสิงคโปร์ซึ่งทางหลวง ในสิงคโปร์แบ่งเป็น 2 ประเภท
ทางหลวง
ทางด่วน (Expressway) 1) รถไฟ
2) รถไฟฟ้า (Mass Rapid Transit: MRT)
3) รถไฟฟ้ารางเบา (Light Rapid Transit: LRT)
การคมนาคมทางอากาศ สิงคโปร์มีท่าอากาศยานระหว่างประเทศ1แห่งได้แก่ท่าอากาศยาน นานาชาติชางงี(Changi International Airport) ที่เป็นศูนย์กลาง การคมนาคมขนส่งสำคัญของอาเชียน
การคมนาคมทางน้ำ สิงคโปร์ตั้งอยู่บนเส้นทางระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทร แปซิฟิก ทำ ให้เป็นเมืองท่าสำคัญที่มีบทบาทในการพักและขนถ่ายสินค้า โดยมีท่าเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในอ่าวสิงคโปร์(Singapore Habour) อยู่ทางตอนใต้ของเกาะสิงคโปร์ภายใต้การควบคุมดูแลของการท่าเรือ (Maritime and Port Authority)
การคมนาคมทางบก ประกอบด้วยการการคมนาคมโดยทางถนนและการคมนาคม โดยทางรถไฟ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ การคมนาคมโดยทางถนน ซึ่งการเดินทางนี้เรียกว่าการเดินทาง ทางบกที่มีถนนหลวงเป็นเส้นทางคมนาคมหลักของสิงคโปร์ซึ่งทางหลวง ในสิงคโปร์แบ่งเป็น 2 ประเภท
ทางหลวง
ทางด่วน (Expressway) 1) รถไฟ
2) รถไฟฟ้า (Mass Rapid Transit: MRT)
3) รถไฟฟ้ารางเบา (Light Rapid Transit: LRT)
การคมนาคมทางอากาศ สิงคโปร์มีท่าอากาศยานระหว่างประเทศ1แห่งได้แก่ท่าอากาศยาน นานาชาติชางงี(Changi International Airport) ที่เป็นศูนย์กลาง การคมนาคมขนส่งสำคัญของอาเชียน
การคมนาคมทางน้ำ สิงคโปร์ตั้งอยู่บนเส้นทางระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทร แปซิฟิก ทำ ให้เป็นเมืองท่าสำคัญที่มีบทบาทในการพักและขนถ่ายสินค้า โดยมีท่าเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในอ่าวสิงคโปร์(Singapore Habour) อยู่ทางตอนใต้ของเกาะสิงคโปร์ภายใต้การควบคุมดูแลของการท่าเรือ (Maritime and Port Authority)
ระบบสาธารณสุข
ระบบสาธารณสุข
โดยระบบประกันสังคมของสิงคโปร์แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ
1) การใช้บัญชีออมสุขภาพ (Medisave) ซึ่งเป็นภาคบังคับ ที่ประชาชนใช้เงินออมในบัญชีของตนเอง
2) ระบบประกันสุขภาพสมัครใจ (Medishield) เป็นระบบที่ครอบคลุมโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง
3) ระบบสังคมสงเคราะห์ (Medifund) เป็นระบบบริการ ของรัฐบาลในกรณีที่ประชาชนไม่มีเงินพอ
ระบบการศึกษา
รัฐบาลสิงคโปร์ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก
โดยจัดการศึกษาที่วัดศักยภาพเด็กโดยตลอด ทั้งส่งเสริมให้ใช้ภาษาอังกฤษ
ระดับอนุบาล (Pre-School)
การศึกษาในชั้นอนุบาลและการดูแลเด็กโดยศูนย์ดูแลเด็กเล็กจะรับนักเรียนอายุ3-6ขวบ โรงเรียนอนุบาลในสิงคโปร์จะมีกระทรวงศึกษาธิการควบคุม และมีมูลนิธิของชุมชนระดับประถมศึกษา (Primary School)
ในสิงคโปร์จะต้องใช้เวลาเรียน 6 ปีในระดับประถมศึกษา ประกอบด้วย การเรียนชั้นประถมต้น (Foundation Stage) 4 ปีตั้งแต่ชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 1-4 และชั้นประถมปลาย (Orientation Stage) อีก2 ปี
ระดับมัธยมศึกษา (Secondary School)
โรงเรียนมัธยมศึกษาในสิงคโปร์มีหลายรูปแบบ ทั้งให้ทุนทั้งหมดโดยรัฐบาล หรือเพียงส่วนเดียว หรือนักเรียนเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดนักเรียนในแผนการเรียนพิเศษระดับเตรียมอุดมศึกษา
เมื่อนักเรียนสอบ GCE ‘O’ Level ผ่านได้แล้ว นักเรียนสามารถสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับจูเนียร์คอลเลจ เป็นเวลา 2 ปีหรือศึกษาที่สถาบันกลางการศึกษา (Centralised Institute)ระดับอุดมศึกษา (Tertiary Education)
โพลีเทคนิค
นักศึกษาที่ต้องการฝึกปรือฝีมือในระดับประกาศนียบัตรและอนุปริญญาโดยมีหลักสูตรการสอนที่มุ่งเน้นให้สามารถประกอบอาชีพในอนาคตสถาบันเทคนิคศึกษา
สถาบันเทคนิคศึกษา (Institute of Technical EducationITE)เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักเรียนที่จบจากชั้นมัธยมศึกษาและต้องการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและความรู้ด้านอุตสาหกรรมแขนงต่างๆ นอกจากโปรแกรมฝึกอบรมเต็มเวลาสำ หรับนักเรียนที่จบจากชั้น
มัธยมศึกษาแล้ว และยังมีโปรแกรม
ระดับสากลมหาวิทยาลัย (Universities)
มหาวิทยาลัยในสิงคโปร์มี3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์(National University of Singapore: NUS) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (Nanyang Technological University: NTU)และมหาวิทยาลัยการบริหารการจัดการแห่งสิงคโปร์ (SingaporeManagement University: SMU)
มหาวิทยาลัยนานาชาติในสิงคโปร์
ประเทศสิงคโปร์มีนโยบายที่ฉลาด เปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยต่างประเทศชั้นนำระดับโลกตั้งอยู่ในสิงคโปร์อีกจำ นวนมากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เหล่านี้ได้ตั้งวิทยาเขต หรือมีความร่วมมือและจัดทำ หลักสูตรร่วมกับมหาวิทยาลัยของสิงคโปร์เพื่อยกระดับให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลาง32การศึกษาของภูมิภาค
ระบบกฎหมาย
ระบบกฎหมาย
ระบบบริหารราชการของสาธารณรัฐสิงคโปร์ระบบโครงสร้างพื้นฐานของศาลสิงคโปร์มีศาลหลัก 2 ศาล คือศาลชั้นต้น และศาลสูง
1) Subordinate Court (ศาลชั้นต้น) ซึ่งรวมถึงศาลแขวง(Magistrate’s Court)
และศาลเขต (District Court) เป็นศาลชั้นต้นที่ต้องรับพิจารณาคดีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาโดยศาลแขวง(Magistrate’sCourt) นั้น รับพิจารณาคดีที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 60,000ดอลล่าร์สิงคโปร์
ส่วนศาลเขต (District Court) นั้นรับพิจารณาคดีที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน250,000 ดอลล่าร์สิงคโปร์
2) Supreme Court (ศาลสูง) รับพิจารณาคดีที่มีทุนทรัพย์เกินกว่า 250,000 ดอลล่าร์สิงคโปร์
ศาลสูงของสิงคโปร์
ศาลอุทธรณ์ (Court of Appeal) และศาลฎีกา(The Supreme Court)
ระบบการพิพากษาคดีของศาลสิงคโปร์
ศาลของประเทศสิงคโปร์จะมีแนวทางในการพิจารณาพิพากษาคดีอยู่ 3 ประการ คือ
1) คำนึงถึงค่าใช้จ่ายของคู่ความในการพิจารณาคดี
2) การบริหารเวลาในการพิจารณาคดี
3) กระบวนการพิสูจน์หลักฐาน และการใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนกระบวนการไกล่เกลี่ยคดีของศาลสิงคโปร์มี2 ช่วง คือ
1) การไกล่เกลี่ยคดีก่อนฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าเป็นขั้นตอนที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า2) การไกล่เกลี่ยคดีความหลังฟ้อง ได้แก่ การให้คู่ความเจรจาตกลงกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสิงคโปร์
ด้านการค้า
ในปีพ.ศ.2555 สิงคโปร์เป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทยในอาเซียน รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย การค้าระหว่างไทยกับสิงคโปร์มีมูลค่า รวม18,668ล้านเหรียญสหรัฐลดลงจากปีก่อนร้อยละ2.82การส่งออก ของไทยไปสิงคโปร์มีมูลค่า 10,835.6 ล้านเหรียญสหรัฐ และการนำ เข้า 7,832.4 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกสำ คัญของไทย เช่น น้ำ มัน สำ เร็จรูป อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า
ด้านการลงทุน
ในปีพ.ศ.2554สำ นักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้อนุมัติ 58 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวม 25,175.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่ อยู่ในสาขาอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะและ เครื่องจักร การบริการ เคมีภัณฑ์กระดาษ และการเกษตร
ด้านการท่องเที่ยว
ชาวสิงคโปร์มีทัศนคติที่ดีต่อประเทศไทยและคนไทยในปีพ.ศ.2554 มีนักท่องเที่ยวสิงคโปร์มาไทยจำ นวน 670,148คน ซึ่งมีอัตราเพิ่มขึ้นจาก จำ นวนชาวสิงคโปร์ที่เดินทางมาไทยในปีพ.ศ. 2553 จำ นวน 576,259 คน คิดเป็นร้อยละ 11.04
ในปีพ.ศ.2555 สิงคโปร์เป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทยในอาเซียน รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย การค้าระหว่างไทยกับสิงคโปร์มีมูลค่า รวม18,668ล้านเหรียญสหรัฐลดลงจากปีก่อนร้อยละ2.82การส่งออก ของไทยไปสิงคโปร์มีมูลค่า 10,835.6 ล้านเหรียญสหรัฐ และการนำ เข้า 7,832.4 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกสำ คัญของไทย เช่น น้ำ มัน สำ เร็จรูป อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า
ด้านการลงทุน
ในปีพ.ศ.2554สำ นักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้อนุมัติ 58 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวม 25,175.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่ อยู่ในสาขาอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะและ เครื่องจักร การบริการ เคมีภัณฑ์กระดาษ และการเกษตร
ด้านการท่องเที่ยว
ชาวสิงคโปร์มีทัศนคติที่ดีต่อประเทศไทยและคนไทยในปีพ.ศ.2554 มีนักท่องเที่ยวสิงคโปร์มาไทยจำ นวน 670,148คน ซึ่งมีอัตราเพิ่มขึ้นจาก จำ นวนชาวสิงคโปร์ที่เดินทางมาไทยในปีพ.ศ. 2553 จำ นวน 576,259 คน คิดเป็นร้อยละ 11.04
วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559
ภาระงาน
1. ข้อมูลทั่วไป - ณัฐพงศ์
2. ลักษณะทางภูมิศาสตร์ - ณัฐพงศ์
3. ประวัติศาสตร์ - กษิดิศ เลขที่
4. ลักษะประชากร - ณัฐพงศ์
5. ข้อมูลเศรษฐกิจ - กษิดิศ เลขที่
6. ข้อมูลการเมืองการปกครอง - ณฐกุล
7. ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม - กษิดิศ
8. โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค - ณฐกุล
9. ระบบสาธารณสุข - นวดล
10. ระบบการศึกษา - นวดล
11. ระบบกฎหมาย - นวดล
12. ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สิงคโปร์ - ณฐกุล
2. ลักษณะทางภูมิศาสตร์ - ณัฐพงศ์
3. ประวัติศาสตร์ - กษิดิศ เลขที่
4. ลักษะประชากร - ณัฐพงศ์
5. ข้อมูลเศรษฐกิจ - กษิดิศ เลขที่
6. ข้อมูลการเมืองการปกครอง - ณฐกุล
7. ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม - กษิดิศ
8. โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค - ณฐกุล
9. ระบบสาธารณสุข - นวดล
10. ระบบการศึกษา - นวดล
11. ระบบกฎหมาย - นวดล
12. ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สิงคโปร์ - ณฐกุล
วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)








